Archive for the ‘ภาพเกิดเหตุจากกล้องวงจรปิด’ Category

พระครูเมธีธรรมานุยุต ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดวัดสัตตนารถปริวัตร เขตเทศบาลเมืองราชบุรี ได้เดินทางเข้าแจ้งความกับ พ.ต.อ.อาคเนย์ แดงด้อมยุทธ ผกก.สภ.เมืองราชบุรี ว่ามีคนร้ายเข้าไปขโมยแท่นทองเหลืองวางเทียนภายในวิหารหลวงพ่อโต และกล้องวงจรปิดของทางวัดสามารถจับภาพคนร้ายไว้ได้ หลังรับแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้รุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุและดูภาพจากกล้องวงจรปิด
พบว่ามีผู้หญิง อายุประมาณ 30 ปี สวมเสื้อเชิ๊ต กางเกงขาสั้น ขี่รถจักรยานยนต์ไม่ทราบยี่ห้อ เข้ามาจอดที่บริเวณด้านหน้าของวิหาร จากนั้นก็เดินเข้ามาโดยทำที่จะเข้ามากราบไหว้พลวงพ่อโต และเดินวนไปวนมาบริเวณด้านหน้าแท่นประดิษฐานหลวงพ่อโตหลายรอบ ลักษณะคล้ายกับดูลาดเลาและสำรวจข้าวของที่บริเวณหน้าแท่นพระ ก่อนลงมือขโมยแท่นทองเหลืองสำหรับวางเทียนไป จากการตรวจสอบพบว่าคนร้ายใช้เวลาประมาณ 10 นาที โดยเวลาที่บันทึกเอาไว้ 13.30 -13.45 น. ของวันที่ 7 มิ.ย. 54 ที่ผ่านมา แต่ทางวัดนั้นเพิ่งจะมาพบว่าแท่นวางเทียนหายในช่วงเช้าและเมื่อตรวจสอบกล้องวงปิดพบว่ามีภาพคนร้าย จึงได้เข้าแจ้งความดังกล่าว
นอกจากนี้พระครูเมธีธรรมานุยุต ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดวัดสัตตนารถปริวัตร ได้เปิดเผยว่า ที่ผ่านมา ของวัดถูกขโมยบ่อยมาก ทั้งในโบสถ์และวิหารหลวงพ่อ รวมแล้ว 7 ครั้ง ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 8 แต่ที่ผ่านไม่ได้แจ้งความกับตำรวจ เพราะไม่มีหลักฐาน คิดเป็นเงินสูญหายไม่ต่ำกว่า 20,000 บาท และเมื่อสองอาทิตย์ที่ผ่านมา จึงตัดสินใจซื้อกล้องวงจรปิดมาติดตั้งในโบสถ์และวิหาร จำนวน 20 ตัว ทำให้สามารถจับภาพคนร้ายไว้ได้อย่างชัดเจน และอาจจะเป็นคนร้ายคนเดียวกันที่เคยเข้ามาก่อเหตุขโมยของไปแล้วหลายครั้ง และขอร้องกลุ่มมิจฉาชีพที่เข้ามาขโมยของภายในวัดว่า ขอให้หยุดพฤติกรรมดังกล่าว เนื่องจากการขโมยของไม่ว่าจะเป็นสถานที่ใดก็ตาม ถือเป็นบาปสูงสุด และอยากให้เจ้าหน้าที่คอยช่วยสอดส่องดูแลภายในวัดทุกๆ 2 ชั่วโมงด้วย ส่วนประชาชนท่านใดเคยเห็นภาพหญิงสาวตามภาพดังกล่าวสามารถแจ้งเบาะแสกับทางสถานีตำรวจได้ เพื่อจะได้นำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป หรือถ้าพบว่ามีบุคคลนำเครื่องทองเหลืองไปขายก็ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบก่อน เพราะอาจจะเป็นของที่ขโมยมา

 

กล้องวงจรปิดCCTV

นายอนุชาติ เสือสิริ รปภ.แสบ สมัครงานวันแรก ชวนพวกมาขโมยตู้เซฟ มีเงินสดกว่า 8 แสนบาท หนีลอยนวล ตำรวจเร่งล่าแก๊งคนร้าย ขณะที่บริษัทรปภ.ยินดีชดใช้ค่าเสียหาย…

เมื่อวันที่ 6 มิ.ย. ร.ต.ท.สุพจน์ บุญสวน ร้อยเวร สภ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา รับแจ้งจากนายชัชชาย เอี่ยมสะอาด อายุ 41 ปี ผู้จัดการ หจก.เอี่ยมสะอาดปิโตรเลียม ตั้งอยู่เลขที่ 11/2 ม.15 ต.ศาลาแดง อ.บางน้ำเปรี้ยว ว่า ตู้เซฟเก็บเงินสดของโรงงาน ถูกคนร้ายขโมยไปจากสำนักงาน จึงได้ไปตรวจสอบพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน

ในที่เกิดเหตุ เป็นโรงงานบรรจุแก๊สหุงต้มขนาดใหญ่ บริเวณประตูกระจกเข้าสำนักงาน ถูกคนร้ายงัดและทุบกระจกแตกทั้งบาน จากการตรวจสอบภายในพบว่า บนพื้นมีรอยลากเป็นทางยาว ซึ่งตู้เซฟขนาดกว้าง 60 เซนติเมตร สูง 1 เมตร หายไป ภายในบรรจุเงินสดไว้พอสมควร นอกจากนี้ยังมีเครื่องบันทึกกล้องวงจรปิด และวิทยุสื่อสาร 2 เครื่อง หายไปด้วย ส่วนรถกระบะ ยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่นไททัน สีบรอนซ์ ทะเบียน ถว 4223 กรุงเทพมหานคร ที่จอดอยู่ข้างสำนักงานด้านนอก ถูกทุบกระจกแตก

จากการสอบสวนนายชัชชาย ให้การว่า ได้จ้างรปภ.จากบริษัทรักษาความปลอดแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ เพื่อมาดูแลความปลอดภัยของโรงงานช่วงเวลากลางคืน 1 คน โดยก่อนเกิดเหตุ มีรปภ.ชื่อนายอนุชาติ เสือสิริ อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 4/2 ม.6 ต.ศาลาแดง อ.บางน้ำเปรี้ยว มาสมัครเป็นรปภ. และมาทำหน้าที่รักษาความปลอดภัยเป็นคืนแรก ซึ่งภายในสำนักงานจะไม่มีคนนอนเฝ้า จนกระทั่งช่วงเช้า ตนเองจะมาดับไฟส่อง สว่างบริเวณรอบๆ โรงงานเป็นประจำทุกวัน เมื่อมาถึงพบว่าประตูกระจกหน้าสำนักงานแตกเสียหาย ส่วนนายอนุชาติ รปภ.ที่เฝ้าโรงงานได้หายไป จึงเข้าไปตรวจสอบข้างใน พบว่าตู้เซฟที่มีเงินสดจำนวน 754,397 บาท และเช็คเงินสด 16,534 บาท หายไป พร้อมทั้งเครื่องบันทึกกล้องวงจรปิด และวิทยุสื่อสาร ซึ่งปกติทางโรงงานจะนำเงินไปเข้าธนาคารทุกวัน แต่เนื่องจาก 2 วันที่ผ่านมา เป็นวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ จึงเก็บเงินสดไว้ในตู้เซฟ เพราะโรงงานไม่มีวันหยุด จะบรรจุแก๊สส่งให้ลูกค้าทุกวัน

เมื่อสอบถามไปทางบริษัทรักษาความปลอดภัย ก็แจ้งว่ารปภ.คนดังกล่าวเพิ่งมาสมัครงานที่บริษัทเป็นวันแรกเช่นกัน แล้วก็ให้มาดูแลโรงงานแห่งนี้ ซึ่งนายอนุชาติยังไม่กลับเข้าบริษัทอีกเลย แต่ทางบริษัทรปภ.แจ้งว่าจะรับผิดชอบทั้งหมด

ด้านตำรวจสภ.บางน้ำเปรี้ยว คาดว่า คนร้ายแก๊งนี้น่าจะมีไม่ต่ำกว่า 4 คน เนื่องจากตู้เซฟมีน้ำหนักมาก คนร้ายอาจจะมาดูลาดเลาเอาไว้ และทราบว่าโรงงานดังกล่าวเก็บเงินสดไว้ในสำนักงานช่วงวันหยุด จึงทำทีมาสมัครงาน แล้วแจ้งพรรคพวกมาร่วมกันขโมยตู้เซฟในครั้งนี้.

กล้องวงจรปิดCCTV

วันนี้(4 มิ.ย.2554) ตร.เร่งล่ามือยิงถล่มบ้าน หัวคะแนนพรรคประชาธิปัตย์ เตรียมประสานขอกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายใช้หลบหนี เชื่อผู้ก่อเหตุเป็นคนพื้นที่และมาดูลาดเลาหลายครั้ง

วานนี้ที่ สน.บางขุนเทียน พ.ต.ท.ไกรวิทย์ อุณหก้องไตรภพ สว.สส.สน.บางขุนเทียน กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีที่คนร้ายใช้อาวุธปืนบุกยิงถล่มบ้านเลขที่ 23/1 หมู่ 9 ซอยเอกชัย 64 แขวงและเขตบางบอน กทม.ซึ่งเป็นบ้านของนายวิชาญ เรืองกลั่น หัวคะแนนของ พ.ต.อ.นพ.สามารถ ม่วงศิริ ผู้สมัคร ส.ส.เขต 28 บางบอน-หนองแขม พรรคประชาธิปัตย์ โดยกระสุนถูกรถฟอร์จูนเนอร์ที่จอดอยู่ภายในบ้านจนพรุน แต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ เมื่อกลางดึกที่ผ่านมาว่า หลังเกิดเหตุได้สอบปากคำพยานไปแล้ว 3 ปาก ซึ่งเป็นชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ เบื้องต้นพบว่าคนร้ายเป็นชาย 2 คนสวมแจ็คเก็ตสีดำ สวมหมวกกันน๊อคแบบเต็มใบ ใช้รถจักรยานยนต์ ยามาฮ่า นูโว สีขาว ไม่ทราบทะเบียนเป็นพาหนะและใช้อาวุธปืนยิงใส่เข้าไปในบ้าน

พ.ต.ท.ไกรวิทย์ กล่าวต่อว่า ส่วนสาเหตุคาดว่าน่าจะเป็นเรื่องทางการเมือง ตอนนี้เจ้าหน้าที่ได้ทำหนังสือเพื่อประสานขอกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่คาด ว่าคนร้ายจะใช้หลบหนี ทั้งนี้เชื่อว่าคนร้ายน่าจะมาดูลาดเลาบ้านที่เกิดเหตุหลายครั้งหรืออาจจะ เป็นคนในพื้นที่ เนื่องจากบริเวณดังกล่าวเป็นเส้นทางที่สลับซับซ้อน อย่างไรก็ตามขณะนี้ได้มีการเรียกประชุมฝ่ายสืบสวนเพื่อออกติดตามหาเบาะแสของ คนร้ายคาดว่าน่าจะใช้เวลาซักระยะจึงจะมีความคืบหน้า

กล้องวงจรปิดCCTV


คนร้ายยิงถล่มธนาคารกรุงศรีฯ สาขานครชัยศรี นครปฐม ช่วงปลอดคนกลางดึก จนหน้าสำนักงานเป็นรูพรุน แต่ไม่มีผู้ได้รับอันตราย ผจก.นึกหาสาเหตุยังไม่ได้…

เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 19 เม.ย. พ.ต.ท.คเชนทร์ นิยมทอง สว.เวร สภ.นครชัยศรี รับแจ้งจากนายอนุสิษฐ์ แจ่มแจ้ง อายุ 50 ปี ผู้จัดการธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) สาขานครชัยศรี ตั้งอยู่เลขที่ 62/ 20-21 หมู่ 3 ถนนเพชรเกษม ต.ท่าตำหนัก อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม มีคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงใส่อาคารธนาคารได้รับความเสียหาย แต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ จึงรายงานให้ พล.ต.ท.พงษ์สันต์ เจียมอ่อน ผบช.ภ.7 พล.ต.ต.โสภณ พิสุทธิวงษ์ รอง ผบช.ภ.7 ฝ่ายปราบปราม พ.ต.อ.สมเกียรติ แสวงสุข ผกก.1 บก.สส.ภ.7 และ พ.ต.อ.เสริมศักดิ์ สกุลวิวรรธน์ ผกก.สภ.นครชัยศรี นำกำลังพร้อมเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุเป็นอาคารของธนาคาร ตั้งอยู่ทางขึ้นสะพานลอยเข้า อ.นครชัยศรี ขาเข้าเมืองนครปฐม โดยด้านหน้าอาคารธนาคารติดถนนเพชรเกษม เป็นอาคาร 3 ชั้น 2 คูหา หน้าประตูเหล็กม้วนยังปิดอยู่ทั้ง 2 ห้อง ส่วนชั้นในเป็นประตูกระจก พบประตูเหล็กม้วน มีรอยกระสุนปืนยิง จำนวน 13 รู ส่วนขอบปูน ปากประตูมีรอยกระสุนปืนยิงเป็นจุดๆ จนพื้นและเสาคอนกรีตกระเทาะออกมาเป็นรู 3 แห่ง นอกจากนั้น ตู้เอทีเอ็มตั้งอยู่ด้านข้างมีกระจกกั้นยังถูกยิงเข้าขอบกระจก 1 รู

จากนั้น เมื่อเปิดประตูเหล็กม้วน ตรวจสอบพบว่า กระจกบานใหญ่ชั้นในทางเข้าตัวอาคารถูกกระสุนเจาะเป็นรูโหว่ ส่วนบริเวณกระจกด้านข้างประตูยังพบรอยกระสุนปืนยิงเป็นรูกว่า 10 รู ขณะเดียวกันบริเวณไหล่ถนนช่องซ้ายสุด พบปลอกกระสุนปืนขนาด 11 มม. ตกอยู่ 16 ปลอก จึงรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบสวน นายอนุสิษฐ์ ให้ข้อมูลว่า ก่อนจะไปทำงานรับโทรศัพท์จากพนักงานธนาคาร ซึ่งไปเปิดอาคารสำนักงานว่า มีคนร้ายยิงใส่ธนาคารด้านหน้าประตูเหล็กม้วนเป็นรูหลายแห่ง กระจากด้านหน้าแตกกระจาย จึงรีบขับรถออกไปตรวจสอบ ทั้งนี้ ในช่วงที่มาดำรงตำแหน่ง ผู้จัดการธนาคาร 3 ปี ไม่เคยมีปัญหากับลูกค้าหรือพนักงานในธนาคาร และไม่เคยไล่ใครออก จึงไม่ทราบสาเหตุ

ขณะเดียวกันเมื่อเจ้าหน้าที่สอบถามข้อมูลจากชาวบ้านละแวกใกล้เคียงธนาคาร ได้ข้อมูลว่า เมื่อเวลาประมาณ 02.00 น. วันที่ 19 เม.ย. ได้ยินเสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวรัวหลายนัด จนสิ้นเสียงปืนได้ยินเสียงรถจักรยานยนต์เร่งออกไปเสียงดัง คิดว่าเป็น กลุ่มวัยรุ่น เมื่อออกไปดูเห็นแต่หลังว่าเป็นชาย 2 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์เร่งเครื่องหายไป

ต่อมา พล.ต.ต.โสภณ เดินทางไปร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุ ก่อนเปิดเผยว่า พล.ต.ท.พงษ์สันต์ กำชับให้สืบสวนหาข้อเท็จจริงเพื่อตามจับผู้ก่อเหตุ เนื่องจากถือว่าอุกอาจ ซึ่งเท่าที่ตรวจสอบในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่เก็บปลอกกระสุนปืนได้ 16 ปลอก จากด้านหน้าไหล่ถนน คาดว่าคนร้ายน่าจะใช้ปืน 2 กระบอก ส่วนสาเหตุยังอยู่ในชั้นการตรวจสอบ ซึ่งอาจจะเป็นไปได้ที่เกิดความโมโหกดเงินตู้เอทีเอ็มแล้วเงินไม่ออกหรือเครื่องเสีย ขณะนี้ ให้ธนาคารตรวจสอบจากกล้องวงจรปิด ว่าบันทึกหรือเห็นหน้าคนร้ายหรือไม่ พร้อมให้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดจากบริเวณทางแยก และให้กองวิทยาการ ภาค 7 ตรวจสอบจากลายนิ้วมือคนร้าย รวมทั้งปลอกกระสุนปืนเพื่อติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้

กล้องวงจรปิดCCTV

ที่มา : http://www.thairath.co.th/

กล้องวงจรปิดCCTV

ผู้การฯ นครสวรรค์อ้าง ยังไม่ยืนยันมือปืนฆ่าผกก.ไทรงาม เป็นคนเดียวกับที่ยิงเมียอัยการ ตายใน จ.ราชบุรีเมื่อปี 53 โดยรอสอบพยานเพิ่ม ก่อนสเกตช์ภาพ-ออกหมายจับ….

20 เม.ย. พล.ต.ต.ชฏิล พรหมไพบูลย์ ผบก.ภ.จว.นครสวรรค์ กล่าวถึงความคืบหน้าคดีคนร้ายยิง พ.ต.อ.เกริกฤทธิ์ นิยมเสริม ผกก.สภ.ไทรงาม จ.กำแพงเพชร เสียชีวิตหน้าบ้านพักใน จ.นครสวรรค์ เมื่อวันที่ 19 เม.ย.ที่ผ่านมา ว่า ขณะนี้ ยังไม่ยืนยันคนร้ายเป็น นายณรงค์ ธงชัย ผู้ต้องหาคดียิงภรรยาอัยการในเขตพื้นที่ จ.ราชบุรี เมื่อปี 2553 ตามที่สื่อนำเสนอหรือไม่ เพราะต้องรอสอบปากคำพยานในที่เกิดเหตุ ซึ่งเห็นหน้าคนร้ายชัดที่สุดเพิ่มเติม พร้อมสเกตช์ภาพคนร้ายอีกครั้งเพื่อออกหมายจับ ส่วนกรณีถ้าเป็นนายณรงค์จริงตำรวจสามารถจับกุมได้อยู่แล้วเมื่อพบตัวเนื่องจากมีหมายจับ

สำหรับการติดตามคนร้ายนั้น ชุดสืบสวนสอบสวน บก.ภ.จว.นครสวรรค์ ยังทำงานร่วมกับชุดสืบสวนสอบสวน บช.ภ.6 ในการคลี่คลายคดี พร้อมกระจายกำลังออกไปยังจังหวัดใกล้เคียง เพื่อติดตามความเคลื่อนไหวของซุ้มมือปืนอย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกันมีรายงานว่า ล่าสุดมีการสเกตช์ภาพคนร้ายแล้ว และถ้าเจอบุคคลตามภาพสเกตช์ให้แจ้งข้อมูลได้ที่ สภ.เมืองนครสวรรค์

ด้าน พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ผบก.ป. กล่าวว่า ผบช.ก. สั่งการให้กองปราบปรามฯ ส่งชุดสืบสวนร่วมคลี่คลายคดี ล่าสุด เจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่ โดยคาดว่า จะได้ตัวคนร้ายเร็วๆ นี้ และจากภาพใกล้องวงจรปิด คาดว่า คนร้ายคล้ายคนขาพิการ

ที่มา : http://www.thairath.co.th/

นครินทร์/ยะลา

คืบหน้าคาร์บอม กล้องวงจรปิดบันทึกพฤติกรรมคนร้ายไว้ได้ ตำรวจ-ทหาร-อส. สนธิกำลังค้นหา พุ่งเป้า “เจ๊ะกูสมาน” นำทีม ในขณะที่ยอดผู้ได้รับบาดเจ็บพุ่งถึง 25 รายแล้ว เสียชีวิต 1

จากกรณีที่เกิดเหตุคนร้ายนำรถยนต์เก๋งฮอนด้าซีวิค ซุกซ่อนระเบิด มาจอดที่ริมถนน ปากทางเข้า สนง.แขวงการทางยะลา ถนนสิโรรส เขตเทศบาลนครยะลา แล้วจุดชนวนระเบิดขึ้นในขณะที่รถยนต์กระบะของเจ้าหน้าที่ทหารพราน 47 วิ่งผ่าน เป็นเหตุให้มีเจ้าหน้าที่ทหารพรานเสียชีวิตทันที 1 ราย บาดเจ็บ 6 นาย และมีชาวบ้านได้รับบาดเจ็บอีกจำนวนมาก เหตุเกิดเมื่อเวลา 08.16 น. ของวันที่ 18 เมษายน 54 ที่ผ่านมา ตามข่าวที่ได้เสนอไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 18 เมษายน 54 เวลา 11.00 น. ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา พล.ต.ต.โชติ ชวาลวิวัฒน์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา เปิดเผยว่า หลังจากเกิดเหตุดังกล่าวตนเองก็ได้ให้เจ้าหน้าที่กระจายกำลังออกหาข่าวสาร รวมทั้งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดโดยรอบเขตเทศบาลนครยะลา ก็พบว่ารถยนต์คันที่เกิดเหตุคือรถยนต์ฮอนด้า รุ่นซีวิค 3 ประตู สีดำ ได้วิ่งเข้ามาจอดตรงจุดเกิดเหตุเมื่อเวลา 05.30 น. ก่อนที่จะเกิดเหตุระเบิดขึ้นในเวลา 08.16 น. ที่สามารถบันทึกภาพเส้นทางของรถคันดังกล่าวได้ รวมทั้งสามารถบันทึกภาพของคนร้ายที่นำรถมาจอดไว้ได้ เป็นชายจำนวน 1 คน ที่ขณะนี้ชุดสืบสวนกำลังดำเนินการตรวจสอบภาพอยู่ ส่วนระเบิดพบว่าคนร้ายได้นำถังแก๊สปิกนิกจำนวน 2 ลูก บรรจุระเบิด คาดว่ามีน้ำหนักประมาณ 30 กก. ซุกซ่อนอยู่ที่ด้านท้ายของรถ ส่วนวิธีการจุดชนวนเชื่อว่าเป็นระบบวิทยุสื่อสาร เนื่องจากพบวิทยุสื่อสารตกอยู่ในบริเวณเกิดเหตุ

“หลังจากที่เจ้าหน้าที่เข้มข้นตรวจสอบรถยนต์และรถจักรยานยนต์ อย่างเข้มงวด ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา ในวันนี้เจ้าหน้าที่ก็อาจจะมีการเหนื่อยล้าบ้าง ทำให้รถคันนี้ หลุดรอดเข้ามาก่อเหตุได้ แต่อย่างไรก็ตามขณะนี้ก็ยังคงมีรถยนต์กระบะที่ยังคงต้องเฝ้าระวังอีก 1 คัน คือกระบะมิตซูบิชิ รุ่นสตาด้า รวมทั้งรถจักรยานยนต์อีกจำนวนหนึ่งที่ถูกโจรกรรมหายไป ที่ตนเองก็ได้สั่งการให้เพิ่มการตรวจสอบอย่างเข้มงวดต่อไปแล้ว” ผบก.ภ.จว.ยะลา กล่าว

ต่อมาเวลา 11.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองยะลา เจ้าหน้าที่อาสาสมัครรักษาดินแดนเมืองยะลา และเจ้าหน้าที่ทหารจากหน่วยเฉพาะกิจยะลาที่ 11 ได้สนธิกำลังเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายย่านตลาดเก่า เขตเทศบาลนครยะลา ภายหลังพบผู้ต้องสงสัยที่คาดว่าน่าจะเป็นคนจุดชนวนระเบิด ในกล้องวงจรปิด ขี่ จยย.หลบหนีมาในพื้นที่ดังกล่าว หลังจากเกิดเหตุ โดยเจ้าหน้าที่เน้นการตรวจสอบรถจักรยานยนต์ฮอนด้ารุ่นดรีม สีน้ำเงิน หรือใกล้เคียง เป็นพิเศษ

ชุดสืบสวนสอบสวน สภ.เมืองยะลา ระบุว่า จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิด ก็พบชายต้องสงสัยจำนวน 2 คน ขี่ จยย.ฮอนด้า รุ่นดรีม สีน้ำเงิน วนเวียนอยู่ในบริเวณจุดเกิดเหตุตั้งแต่เวลา 07.00 น. โดยผู้ขับขี่สวมหมวกกันน๊อค คนซ้อนท้ายสวมหมวกแก๊ป ปิดบังใบหน้า สวมรองเท้าผ้าใบทั้งสองราย ซึ่งทั้งสองรายนี้มีพฤติกรรมขับขี่รถ จยย.คันดังกล่าว วนเวียนตรวจจุดเกิดเหตุ และหลังเกิดเหตุก็พบภาพในกล้องวงจรปิดใกล้จุดเกิดเหตุ ก่อนที่จะขี่ จยย.หลบหนีข้ามไปยังฝั่งตลาดเก่า เขตเทศบาลนครยะลา ซึ่งเชื่อว่าบุคคลทั้งสองน่าจะเป็นผู้จุดชนวนระเบิดในเหตุการณ์นี้ โดยในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ยังคงพุ่งเป้าไปยังนายอุสมาน ดอฆอ หรือเจ๊ะกูสมาน แกนนำก่อเหตุรุนแรงที่เคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่ พร้อมพวก

มีรายงานจากโรงพยาบาลศูนย์ยะลา ระบุว่า สำหรับเจ้าหน้าที่ทหารพรานที่ เสียชีวิต ทราบชื่อคือ จ.ส.อ.อภิสิทธิ์ ยวลปรางค์ เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ และมี จนท.ทพ ได้รับบาดเจ็บอีก 6 นายคือ 1. อส.ทพ.พิสุทธิ์ ภู่เจริญ ถูกสะเก็ดระเบิดบริเวณแขนทั้งสองข้าง และขาขวา ได้รับบาดเจ็บ 2.อส.ทพ.สาคร แสงสี ถูกสะเก็ดระเบิดที่หน้าผาก แขน และขาทั้งสองข้าง 3. อส.ทพ.สมัย โครตฌา ถูกสะเก็ดระเบิดบริเวณศีรษะ แขนทั้งสองข้าง,หน้าอกและช่องท้องด้านขวา 4.อส.ทพ.นพคุณ เบญจวรรณ์ ถูกสะเก็ดระเบิดแขนทั้งสองข้างและขาขวา 5. อส.ทพ.นงนุช กะทิจุม มีอาการหูอื้อ แน่นหน้าอก และ 6.อส.ทพ.สุภัสสร หอยสังข์ ถูกสะเก็ดระเบิดบริเวณแขนทั้งสองข้าง

“นอกจากนั้นมีชาวบ้าน ได้รับบาดเจ็บอีก 19 ราย ทราบชื่อ คือ 1.นางจำนง เมาะอะ อายุ 48 ปี ถูกสะเก็ดระเบิดบริเวณใบหน้า 2.นายณรงค์ รัตนานันท์รัศมี มีอาการหูอื้อ แน่นหน้าอก 3.น.ส.แตเราะ โด ถูกสะเก็ดระเบิดบริเวณขาซ้าย 4.นางวันทนีย์ ภักดีพันธ์ ถูกสะเก็ดระเบิดบริเวณข้อมือขวา 5.ด.ญ.นรีกานต์ สังวาลรัตน์ ถูกสะเก็ดระเบิดบริเวณหู 6.นายสุรชัย ฤทธิราช อายุ 25 ปี ถูกสะเก็ดระเบิดบริเวณใบหน้า 7.นายสุรินทร์ ดอเลาะ อายุ 34 ปี ถูกสะเก็ดบริเวณใบหู มีอาการหูอื้อ 8.นายอาหามะ ซา ถูกสะเก็ดระเบิดบริเวณศีรษะ มีอาการปวดหลัง 9.นส.ภารดี หะรัตพันธ์ มีอาการปวดหลังจากแรงระเบิด 10. น.ส.ซารีปะ จารง มีอาการหูอื้อ แน่นหน้าอก 11.น.ส.รอสดา บอมอดายอ มีอาการหูอื้อ แน่นหน้าอก 12.น.ส.นิกัสมะ อุเซ็ง มีอาการหูอื้อ แน่นหน้าอก 13.นางอุไร ทับทอง มีอาการหูอื้อ แน่นหน้าอก 14.นายสะมะแอ สะดียามู ถูกสะเก็ดระเบิดบริเวณใบหน้า มีอาการหูอื้อ 15.นางนงนุช กสิวุฒิ ถูกสะเก็ดระเบิดบริเวณแขน,ขาและเท้า 16.นางปราณี สุขาเขิน ถูกสะเก็ดระเบิดเป็นแผลไหม้ที่แขน 17.นางอัมเซาะ ขาเร็ง มีอาการหูอื้อ แน่นหน้าอก 18.นางสารี บุญสุขานนท์ ถูกสะเก็ดบริเวณขาซ้าย ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยและ 19 ด.ช.ธนาเดช ขานแย้ม ถูกสะเก็ดบริเวณแขนซ้าย ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย”ในรายงาน ระบุ

กล้องวงจรปิดCCTV

3 สาวประเภทสอง อาศัยจังหวะหยุดยาวช่วงสงกรานต์บุกงัดตู้เอทีเอ็ม ธ.ออมสินกลางเมืองชัยภูมิ แต่ไม่ประสบผลงัดได้แค่ตู้เอาเงินออกไม่ได้ ทิ้งรถที่ขโมยมาเป็นหลักฐานให้ ตร.ตามตัวจากกล้องวงจรปิด จนรวบได้ครบยกแก๊ง สารภาพจะเอาเงินไปแปลงเพศ….

เมื่อวันที่ 18 เม.ย. เวลา 15.00 น. พล.ต.ต.รมย์สิทธิ์ วีริยาสรร ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.ชัยภูมิ ได้นำตัวสาววัยรุ่นประเภทสองจำนวน 3 คน ประกอบด้วย  1. นายเร (นามสมมุติ) อายุ 19 ปี 2. นายเด่น (นามสมมุติ) และ 3. นายฟ้า (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี ทั้งหมดเป็นชาวบ้าน ต.นาเสียว อ.เมือง จ.ชัยภูมิ พร้อมของกลาง ตู้เอทีเอ็มของธนาคารออมสิน 1 ตู้ รถยนต์กระบะแบบแคป ยี่ห้ออีซูซุ สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน บ-2805 ชัยภูมิ 1 คัน พร้อมอุปกรณ์งัดแงะ เช่น ฆ้อนปอนด์ ไขควง และมีด มาแถลงข่าวที่หน้ากองบังคับการตำรวจ จ.ชัยภูมิ

สืบเนื่องมาจากเมื่อคืนวันที่ 16 เม.ย. เวลา 23.00 น. ร.ต.ท.พรเทพ ป่าหวาย พนักงานสอบสอน สภ.เมืองชัยภูมิ ได้รับแจ้งจากนางอรอนงค์ เพชรนอก ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารออมสิน สาขาชัยภูมิ ตั้งอยู่ถนนหฤทัย ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ชัยภูมิ ว่ามีคนร้ายงัดตู้เอทีเอ็ม ที่ตั้งอยู่หน้าร้านขายก๋วยเตี๋ยวกาละมัง ติดกับโรงพยาบาลรวมแพทย์ถนนนิเวศย์ รัตน์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ชัยภูมิ หลังรับแจ้ง ร.ต.ท.พรเทพ จึงรายงานให้ พ.ต.อ.ไพโรจน์ ขุนหมื่น ผกก.สภ.เมืองชัยภูมิ ให้รับทราบ หลังรับแจ้ง พ.ต.อ.ไพโรจน์ ขุนหมื่น ผกก. จึงไปตรวจที่เกิดเหตุ ร่วมกับ พ.ต.ท.บัญญัติ ทั่งกลาง รอง.ผกก.สส. พ.ต.ท.จาตุรณ ตระกูลปาน รอง.ผกก.ป. พ.ต.ต.เอกชัย ปลั่งสกุล สว.สส.

ที่เกิดเหตุเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจไปถึงคนร้ายได้หลบหนีไปก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจไปถึง แต่พบรถยนต์กระบะของกลางจอดอยู่ริมฟุตบาทถนน มีเสื่อและสายยางติดกับตู้เอทีเอ็มของธนาคารออมสินที่คนร้ายใช้ผูกรัดตู้เอทีเอ็มโยงมาผูกติดกันรถยนต์ ลากออกมาจากตู้เอทีเอ็ม จนตู้ล้มลง ส่วนกล้องวงจรปิดของธนาคารที่ติดตั้งไว้กับตู้เอทีเอ็มคนร้ายได้ใช้สีสเปรย์ สีดำ พ่นติดเลนส์ด้านหน้ากล้องจนไม่สามารถบันทึกภาพได้ แต่กล้องวงจรปิดของร้านขายก๋วยเตี๋ยวสามารถบันทึกภาพคนร้ายได้ 3 คน พบว่าเป็นกลุ่มสาวประเภทสอง

ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบประวัติของกลุ่มสาวประเภทสองที่มีประวัติลักทรัพย์ในเขตพื้นที่ จ.ชัยภูมิ จนสามารถสืบทราบว่ากลุ่มสาวประเภทสองทั้ง 3 คน มีประวัติเคยลักทรัพย์และเคยถูกจับกุมมาแล้ว 2-3 ครั้ง จากนั้นสืบทราบว่าแก๊งสาวประเภทสองนี้ได้ไปเช่าบังกะโลพูนสุข บ้านคลองเรียง ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ชัยภูมิ เป็นที่พักหลบซ่อนตัว จึงนำกำลังชุดสืบสวนไปจับกุมได้ทั้ง 3 คน ควบคุมตัวมาให้ พล.ต.ต.รมสิทธิ์ วีริยาสรร ผบก.ภ.จว.ชัยภูมิ นำตัวมาแถลงข่าวที่หน้ากองบังคับการตำรวจ จ.ชัยภูมิ โดย 1 ใน 3 บอกว่าถ้าหากงัดตู้เอทีเอ็มสำเร็จ จะนำเงินไปทำศัลยกรรมแปลงเพศเป็นผู้หญิง

นางอรอนงค์ เพชรนอก ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารออมสิน กล่าวว่า สำหรับตู้เอทีเอ็มที่ถูกงัด มีความเสียหายไม่มาก ส่วนเงินสดที่อยู่ภายในตู้เอทีเอ็มขณะเกิดเหตุมีอยู่ 1,002,400 บาท เงินจำนวนดังกล่าวยังอยู่ครบถ้วน คนร้ายยังไม่สามารถงัดเอาเงินสดออกไปได้ ทั้งนี้ หลังแถลงข่าว พล.ต.ต.รมสิทธิ์ วีริยาสรร ผบก.ภ.จว.ชัยภูมิ ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ส่ง ร.ต.ท.พรเทพ ป่าหลาย พนักงานสอบสวน สภ.เมืองชัยภูมิ เพื่อดำเนินคดีต่อไป.

กล้องวงจรปิดCCTV

คณะละครสัตว์ทารุณช้าง!!!

สำนักข่าวต่างประเทศได้เผยภาพสุดช็อคจากกล้องวงจรปิด หลังจากเจ้าหน้าที่ของคณะละครสัตว์แห่งหนึ่ง ที่โพลบรู๊ค เมืองนอร์ทแฮมตัน ประเทศอังกฤษ ได้ทำการทารุณกรรมช้างจากเอเชียตัวหนึ่ง ด้วยการเตะ และใช้คราดฟาด,แทงไปที่ขาของมัน

อีกทั้งยังใช้ของแข็งเช่นไม้ และกระบอง ฟาดเข้าไปที่ใบหน้ามันด้วย ในระหว่างที่มันถูกล่ามด้วยโซ่ขนาดสั้นตรึงติดอยู่ที่พื้น ซึ่งภาพดังกล่าวถูกแอบถ่ายไว้ตั้งแต่วันที่ 21มกราคม ถึง 15 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา

และเมื่อภาพดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปก็ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ ว่า การกระทำของเจ้าหน้าที่กลุ่มดังกล่าวถือเป็นการกระทำที่น่าขยะแขยง และโหดร้ายมากสำหรับช้าง ซึ่งเป็นสัตว์ที่ขึ้นชื่อว่า เชื่องและซื่อสัตว์กับมนุษย์

อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่จากสมาคมป้องกันการทารุณสัตว์ หรือ Royal Society for the Prevention of Cruelty to Animals (RSPCA)  ก็ได้เข้าไปตรวจสอบและช่วยเหลือช้างตัวดังกล่าวแล้ว อีกทั้งเตรียมสอบสวนเจ้าของคณะละครสัตว์ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเมืองดังกล่าว เพื่อหามาตราการลงโทษต่อไป

กล้องวงจรปิด, CCTV

โจรใจกล้าฉกแหวน 2 สลึงในร้านทองของพี่สาวอดีตรมช.สาธารณสุข ทั้งๆที่อยู่ตรงข้ามตู้ยามตำรวจ ก่อนซิ่งจยย.เผ่นหนี ตรวจสอบกล้องวงจรปิดจับภาพคนร้ายได้ชัดเจน

กล้องวงจรปิด, CCTV

กล้องวงจรปิด, CCTV

กล้องวงจรปิด, CCTV

กล้องวงจรปิด, CCTV

พัทยา-วานนี้(29 มี.ค.54) เมื่อเวลา 18.00 น.  พ.ต.ท.ชัยพร ทองนาเพียง พนักงานสอบสวน สภ.บางละมุง จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งมีเหตุชิงทรัพย์ในห้างเพชรทองศุภร เลขที่ 245/1 ตรงข้ามตู้ยามตำรวจตลาดเก่านาเกลือ หมู่ 5 ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.สมนึก จันทร์เกตุ ผกก. พ.ต.ท.จักรกรินทร์ ทั่วสุภาพ รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.ศุภชัชจ์ เปี่ยมมนัส รอง ผกก.ปป. พ.ต.ท.นิตย์ วิธินันทกิตต์ สว.สส. นำกำลังตำรวจชุดสืบสวนเดินทางไปตรวจสอบ

กล้องวงจรปิด, CCTV

กล้องวงจรปิด, CCTV

ที่เกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์สูง 4 ชั้น 2 คูหา ด้านล่างเปิดเป็นร้านจำหน่ายทองคำ ห่างจากตู้ยามตำรวจที่อยู่ฝั่งตรงข้ามไม่ถึง 50 เมตร พบนางวันทนีย์ ศุภสหัสรังสี อายุ 75 ปี ยืนรอเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ พร้อมกับให้การว่า ตนมีศักดิ์เป็นพี่สาวแท้ๆ ของนายสันต์ศักดิ์ จรูญ งามพิเชษฐ์ อดีต รมช.กระทรวงสาธารณสุข ก่อนเกิดเหตุขณะตนกับหลานสาวยืนให้บริการลูกค้าอยู่ภายในร้าน ได้มีชายไทย อายุประมาณ 30-35 ปี รูปร่างสันทัด ตัดผมสั้นรองทรง สวมเสื้อเชิ้ตคอปกสีเทา นุ่งกางเกงขาสามส่วนลายเทา-ดำ ขับรถ จยย.ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นมีโอ สีแดง-ขาว ไม่ทราบทะเบียน มาจอดที่หน้าร้าน แล้วเข้ามาทำทีเลือกซื้อแหวนทองน้ำหนัก 2 สลึง ราคาประมาณ 10,000 บาท โดยอ้างว่าจะซื้อให้แฟนสาว ก่อนที่จะเดินออกจากร้านไปโดยไม่ได้ซื้อทองแต่อย่างใด
นางวันทนีย์ ให้การอีกว่า กระทั่งเวลาผ่านไปไม่นานชายคนดังกล่าวได้ย้อนกลับมาอีก พร้อมกับเลือกแหวนวงเดิมมาดูอีกครั้งและสอบถามราคา เมื่อตนแจ้งราคาทองให้ทราบ ชายดังกล่าวกลับบอกว่าเงินไม่พอ และขอไปกดเงินที่ตู้เอทีเอ็ม ก่อนที่จะออกจากร้านไปอีกครั้งหนึ่ง จนรอบที่ 3 จึงได้กลับมาอีกครั้ง และขอลองสวมใส่แหวนทองวงเดิม แต่พอตนหันไปให้ความสนใจลูกค้าชาวต่างชาติที่เข้ามาใช้บริการ คนร้ายจึงอาศัยจังหวะนั้นวิ่งหนีออกจากร้าน แล้วขับรถ จยย.หลบหนีไปไม่ทราบทิศทาง

กล้องวงจรปิด, CCTV

กล้องวงจรปิด, CCTV

กล้องวงจรปิด, CCTV

กล้องวงจรปิด, CCTV

กล้องวงจรปิด, CCTV