http://www.taradplaza.com/dyndns/

ราคา 150/ 1 Account / 1 Hostname
รายละเอียดที่ได้รับ
1. Username
2. Password
3. Hostname (ตั้งชื่อเอง เช่น myname.dyndns.ws)
4. E-mail สามารถเปลี่ยนเป็นของท่านเองได้

Account ไม่มีวันหมดอายุ ไม่ต้อง activate User ผ่านอีเมลทุก 30 วัน

การใช้งาน
นำไปใช้ ดุกล้องวงจรปิดผ่านอินเตอร์, ทำVPN, เว็บส่วนตัว
Image

Dynamic DNS

ที่มา : http://www.taradplaza.com/dyndns/

http://yourhost.dyndns-mail.com/

ข้างเคียง  —  Posted: ตุลาคม 19, 2012 in Uncategorized

บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ เร่งเครื่องระบายแล๊ปท๊อปในสต๊อกเป็นการด่วน หลังออกมาเปิดเผยว่ามีสินค้าคงเหลือในสต๊อกสินค้าฝั่งยุโรปมากถึง 3 ล้านเครื่อง จนอาจเป็นสาเหตุทำให้สินค้าล้าสมัยได้ และถึงแม้ว่า ขณะนี้จะยังไม่มีการเปิดเผยราคาขายที่แน่ชัด แต่ก็เชื่อว่าได้ว่ามันจะสร้างการแข่งขันในตลาดแน่นอน

โดยในเวลานี้บริษัท เอเซอร์ ได้เริ่มต้นการเจรจากับผู้ค้าปลีกรายใหญ่ โดยตัวแทนจาก ร้าน Dixons Retail ได้บอกแก่แหล่งข่าวว่า เราตระหนักถึงสถานการณ์ของเอเซอร์และกำลังรอคอยรายละเอียดต่างๆ ก่อนที่จะมีการตัดสินใจใดๆ ลงไป ซึ่งเรื่องสำคัญนั้นไม่ใช่สงครามทางด้านราคา แต่เป็นการขายแบบชั่วคราวเพื่อระบายสินค้าคงเหลือ ทั้งนี้ ก็น่าแปลกใจว่า ทำไมเอเซอร์ยังไม่ออกมาแสดงความคิดเห็นใดๆ ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ย้อนกลับไปเมื่อสองเดือนก่อน แหล่งข่าวรายงานว่า เอเซอร์เริ่มที่จะมีการปรับลดสายการผลิต เน็ตบุ๊ค ซีรีส์ แอสไปร์ วัน แล้วหันไปโฟกัสการผลิตแท็บเล็ตแทน ที่ซึ่งเตรียมจะเจาะลงตลาดในเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยมียอดการผลิต 4-5 แสนเครื่อง สำหรับหน้าจอทัชสกรีนขนาด 10.1 นิ้ว แต่ถึงแม้ว่า เอเซอร์ จะปรับลดการผลิตเน็ตบุ๊คและคาดการณ์ว่ายอดขายพีซีจะลดลงด้วย แต่บริษัทก็ยังคงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาโน้ตบุ๊คเช่นเดิม นอกจากนี้ เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ก็มีกระแสข่าวรายงานถึงการที่เอเซอร์เตรียมตัวจะยุติการผลิตเน็ตบุ๊คเพื่อหันไปพัฒนาแท็บเล็ตอย่างจริงจังด้วย แต่หลังจากนั้นเพียงไม่กี่ชั่วโมง เอเซอร์ก็ออกมาโต้กลับทันทีว่า บริษัทไม่มีแผนที่จะพัฒนาแท็บเล็ตเพื่อมาแทนที่เน็ตบุ๊คแน่นอน แต่อย่างไรก็ดี เวลานี้ดูเหมือนว่าเอเซอร์ได้ใช้ความพยายามเป็นอย่างมากในการโฟกัสไปที่การพัฒนาตัวโน้ตบุ๊คและแท็บเล็ตอีกครั้ง และอาจจะหันหลังให้เน็ตบุ๊คอย่างสิ้นเชิง ถึงแม้ว่าแท็บเล็ตจะไม่สามารถแทนที่เน็ตบุ๊คได้อย่างสมบูรณ์ก็ตาม

ที่มา: http://www.pantip.com

เม็กซิโกซิตี้กำลังจะกลายเป็นเมืองหลวงที่มีกล้องวงจรปิดมากที่สุดในโลก ตามโครงการเซฟซิตี้ของรัฐบาลเม็กซิโก ซึ่งจะเสร็จสมบูรณ์ภายในสิ้นปีนี้ โดยทุ่มเงินงบประมาณกว่า 14,200 ล้านบาท

โครงการดังกล่าวเริ่มมาตั้งแต่ปี 2553 โดยได้ต้นแบบมาจากลอนดอน, เยรูซาเลม, สิงคโปร์ และชิคาโก โดยขณะนี้ได้มีการติดตั้งกล้องวงจรปิดทั่วเม็กซิโกซิตี้จำนวน 11,500 ตัว เพิ่มจากกล้องวงจรปิดที่เอกชนมีอยู่เดิม 100,000 ตัว

กล้องวงจรปิดระบบใหม่ถูกออกแบบมาเพื่อใช้จับคนร้าย และช่วยประสานความร่วมมือในการแก้ปัญหาภัยธรรมชาติ ขณะนี้ได้มีการสร้างศูนย์กล้องวงจรปิด 5 แห่ง พร้อมบุคลากรประจำ 24 ชั่วโมง เพื่อจับตาดูกล้องวงจรปิดที่ติดอยู่ทั่วเมือง และตามทางรถไฟใต้ดิน ขณะเดียวกัน ก็เชื่อมต่อเข้าระบบออนไลน์ ทำให้ตำรวจสามารถมาถึงที่เกิดเหตุได้ภายใน 5 ถึง 12 นาที

ขณะที่เทคโนโลยีใหม่ก็ทำให้กล้องเหล่านี้ สามารถระบุใบหน้าคน อ่านป้ายทะเบียนรถ และชี้จุดที่มีการยิงปืน รวมถึงมีปุ่มสัญญาณเตือนภัยเพื่อใช้เตือนกรณีที่เกิดภัยธรรมชาติ

ทางการเผยว่า อัตราการเกิดอาชญากรรมตามทางรถไฟใต้ดิน ในเม็กซิโกซิตี้ ปัจจุบันเหลือเพียง 1.1 รายต่อวัน ลดลงร้อยละ 40 ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่เริ่มโครงการนี้ ทำให้มีแนวโน้มว่า เม็กซิโกซิตี้กำลังจะกลายเป็นเมืองที่ปลอดภัยที่สุดแห่งหนึ่งในโลก อย่างไรก็ตามมีกลุ่มที่ไม่พอใจด้วยเช่นกัน โดยมองว่ากล้องวงจรปิดเหล่านี้เป็นการละเมิดสิทธิความเป็นส่วนตัวของประชาชน

กล้องวงจรปิดCCTV

กลุ่ม พธม. เรียกร้องรัฐบาล เร่งรัดติตามจับกุมคนร้ายปาระเบิดมาลงโทษ เชื่อกล้องวงจรปิด CCTVไม่เสีย
ซึ่งขณะนี้บนเวทีการปราศรัยของกลุ่มพันธมิตรฯ ยังคงมีการเล่าข่าวเช้า สลับกับการวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาล อย่างต่อเนื่อง หลังเกิดเหตุคนร้ายขว้างระเบิดชนิดลูกเกลี้ยง เข้าใส่บริเวณด้านซ้ายของเวทีการปราศรัยกลุ่มพันธมิตรฯ เมื่อช่วงกลางดึกคืนวันที่ 31 พ.ค. ที่ผ่านมา โดยบรรดาแนวร่วมที่เล่าข่าวเช้าบนเวที ได้หยิบยกพาดหัวข่าวหนังสือพิมพ์ และการให้สัมภาษณ์ของบุคคลสำคัญต่างๆ เช่น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ตลอดจน นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ด้านความมั่นคง พร้อมกับเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งรัดติดตามจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุ ให้ได้โดยเร็วที่สุด และเชื่อว่า กล้องวงจรปิด CCTV ที่อยู่ในบริเวณที่เกิดเหตุนั้น จะไม่ถูกนำเป็นข้ออ้างว่าเสีย หรือ ใช้การไม่ได้ในช่วงเวลานี้ อีกทั้ง ขอให้รัฐบาลเพิ่มความเข้มงวดในการรักษาความปลอดภัยให้กับกลุ่มผู้ชุมนุมทุกกลุ่ม หลังจากเมื่อวานที่ผ่านมา ทางกลุ่มพันธมิตรฯ ได้ทำหนังสือขอความร่วมมือไปยัง พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล

อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องติดตามความคืบหน้าต่อไปว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจจะสามารถเร่งรัดติดตามจับกุมคนร้ายได้ตามที่กลุ่มพันธมิตรฯ เรียกร้องหรือไม่

 

กล้องวงจรปิดCCTV

ผกก.สภ.บางละมุง เผย เร่งตรวจกล้องวงจรปิด ติดตามมือปากระจก รถคณะหาเสียง ส.ส.พรรคเพื่อไทย ยันเจ้าหน้าที่ดูแลอย่างดีอยู่แล้ว

พ.ต.อ.สมนึก จันทร์เกตุ ผกก.สภ.บางละมุง เปิดเผย กรณีรถของคณะหาเสียง ของพรรคเพื่อไทยถูกทุบกระจกร้าว ขณะจอดรอการหาเสียงของ นางนิชนันท์ วังคะฮาตธัญญกิจ ผู้สมัคร ส.ส.เขต 6 จ.ชลบุรี พรรคเพื่อไทย เบอร์ 1 ที่ตลาดใหม่นาเกลือ ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี อยู่บริเวณหน้าร้านเซเว่นอีเลฟเว่น ว่า จากการสอบสวนคนขับรถคันที่เสียหาย ทราบว่าในระหว่างจอดรอ ได้เดินทางออกไปเพื่อเติมน้ำมันยังปั้มใกล้เคียง โดยระหว่างเดินทางรวมถึงช่วงที่เข้าไปเติมน้ำมัน ไม่พบว่ามีความผิดปกติอะไรเกิดขึ้น จนกระทั่งเดินทางกลับมาถึงจุดที่รอคณะหาเสียง จึงทราบว่ากระจกหลังมีรอยร้าวเหมือนมีใครใช้ของแข็งทุบดังกล่าว

เจ้าหน้าที่จึงทำการสอบสวนพนักงานของปั้มเพิ่มเติม ทราบว่า ขณะที่เติมน้ำมันให้รถคันดังกล่าวนั้น ได้ยินเพียงเสียงดังอยู่บริเวณหลังรถแต่ไม่ได้มีอะไรผิดเกิดขึ้น จึงทำการเติมน้ำมันตามปกติ นอกจากนี้ ผกก.สภ.บางละมุง ยังกล่าวอีกว่า ทางเจ้าหน้าที่ได้ติดต่อขอตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่อยู่ในร้านเซเว่นอีเฟเว่น แต่ขณะเกิดเหตุกล้องวงจรเปิดของร้านเกิดเสียจึงไม่สามารถตรวจสอบได้ แต่ขณะนี้ได้ประสานขอตรวจสอบกล้องวงจรปิดของปั้มน้ำมันดังกล่าวแล้ว เพื่อตรวจสอบหาเบาะแสอีกครั้ง

ส่วนสาเหตุนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่สามารถคาดได้ว่าเกิดจากสาเหตุใด ซึ่งจะต้องรอผลพิสูจน์จากกล้องวงจรปิดและการรวบรวมพยานหลักฐาน พร้อมยืนยันว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีมาตราการดูแลผู้สมัคร ส.ส. เป็นอย่างดีอยู่แล้ว

กล้องวงจรปิดCCTV

ตร.ไล่ล่ากดดัน จนท.สื่อสารศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออกอย่างหนัก หลังก่อคดีเป็นผู้ต้องหายิงตำรวจน้ำดับ 1 สาหัส 1 ขณะที่ล่าสุดหนีมากบดานบ้านญาติ และยอมเข้ามอบตัวเมื่อกลางดึกที่ผ่านมา…

เมื่อเวลา 21.00 น.วันที่ 12 มิ.ย.2554 พล.ต.ต.สาคร ทองมุณี ผบก.ภ.จว.ตรัง ได้รับการประสานจากญาติของ นายอารักษ์ มาทอง อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 426/7 ถ.ไทรบุรี อ.เมือง จ.สงขลา มีตำแหน่งเป็นเจ้าหน้าที่สื่อสารศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออก เพื่อติดต่อขอมอบตัวสู้คดี หลังตกเป็นผู้ต้องหา ตามหมายจับศาลจังหวัดสงขลาที่ 312/2554 ลงวันที่ 11 มิ.ย.2554 โดยผู้ต้องหาใช้อาวุธปืนขนาด 11 มม.ก่อเหตุกระหน่ำยิง ด.ต.อุดม วรรณจันทร์ อายุ 47 ปี ตำรวจน้ำ กก. 7 กองบังคับการตำรวจน้ำสงขลา เสียชีวิต และ ด.ต.วัชรินทร์ บุตรี อายุ 50 ปี สังกัดเดียวกันอาการร่อแร่ ขณะเข้าไประงับเหตุทะเลาะวิวาทภายในห้องอาหารกรีนเวิลด์แอนด์เลาจน์ ย่านถนนสามัคคีสุข 1 เขตเทศบาลนครสงขลา เมื่อคืนวันที่ 11 มิ.ย.2554 ที่ผ่านมา

ภาพจากกล้องวงจรปิดบันทึกภาพผู้ต้องหาไว้ได้ โดยหลังเกิดเหตุ ผู้ต้องหารายนี้ได้หลบมากบดานบ้านญาติในพื้นที่ ต.ลิพัง อ.ปะเหลียน จ.ตรัง กระทั่งทนต่อการติดตามไล่ล่าของเจ้าหน้าที่ ตร.ไม่ไหว รวมทั้งการตรวจเช็คสัญญาณโทรศัพท์มือถือ จึงยอมติดต่อเข้ามอบตัวที่ สภ.เมืองตรัง โดยมี พ.ต.อ.นุกูล ไกรทอง รอง ผบก.ภ.จว.ตรัง ตร.สงขลา และ พ.ต.ท.ศักดา เจริญกุล รอง ผกก.สส.ภ.จว.สงขลา พ.ต.ต.ธเนศ พงษ์รอด สว.สส.สภ.เมืองสงขลา ร่วมทำบันทึกรับมอบตัว

ทั้งนี้ได้รับความร่วมมือจาก พ.ต.ท.สราวุธ วงศ์เดิม รอง ผกก.ป.สภ.ปะเหลียน จ.ตรัง นายเฉลิมพล ชัยเกษตรสิน ส.อบจ.ตรัง เขต อ.ปะเหลียน และกำลังเจ้าหน้าที่ ตร.สภ.ปะเหลียน ทั้งใน และนอกเครื่องแบบควบคุมตัวมาจากพื้นที่ อ.ปะเหลียน มายัง สภ.เมืองตรัง ดังกล่าว จากการสอบสวน ผู้ต้องหามีสีหน้าอาการเครียดอย่างเห็นได้ชัด และขณะพยายามปิดบังใบหน้าไม่อยากให้ผู้สื่อข่าวถ่ายภาพ

รายงานข่าวแจ้งว่า ระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังทำบันทึกมอบตัว ผู้ต้องหาได้ปล่อยโฮออกมาจนภรรยา และญาติๆ ต้องเข้ามาปลอบใจ และขอร้องไม่ให้ผู้สื่อข่าวถ่ายภาพต่อ ก่อนควบคุมตัวกลับไปยัง สภ.เมืองสงขลา เพื่อขอประกันตัวสู้คดี โดยแจ้งข้อกล่าวหา 4 ข้อหาหนัก คือ ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน พยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร ในชั้นจับกุมผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

กล้องวงจรปิดCCTV